Follow Us!
Sign Up for Our Newsletters
Welcome To Birlsmag

Shine Bright by your hair

hair

ตอนเด็กเราอาจคุ้นตากับบาร์บี้เพื่อนรักแสนสวยของเรา และมองว่าเธอคือผู้หญิงที่สวยที่สุด ด้วยผมสีบลอนด์ประกายและดวงตาสีฟ้าสดใส ตั้งแต่กาลก่อน ก่อนที่โทรทัศน์จะมีสี เราต่างชื่นชมในหญิงสาวที่มีใบหน้าแสนสวย ดาราสาวหน้าคมในหนังเงียบหรือฟิล์มนัวร์ แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์สามารถเสกสีให้กับจอโทรทัศน์ เช่นเดียวกับสารเคมีที่สามารถเสกสีผมใหม่ให้กับสาวๆ สิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป ว่ากันว่าผมสีอ่อนนั้นเปลี่ยนลุคให้เป็นอีกคนได้ทีเดียว แม้แต่ Marilyn Monroe เซ็กส์ซิมโบลสุดเซ็กซี่ยังเปลี่ยนสีผมจากน้ำตาลแดงธรรมชาติให้เป็นสีแพลตตินั่มบลอนด์ซึ่งเป็นดั่งเอกลักษณ์ให้กับเธอ และเมื่อตุ๊กตาบาร์บี้ ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในปี1959 บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ก็ต่างอยากจะมีความสวยแบบบาร์บี้เกิร์ล และแห่พากันไปกัดสีผม เพราะแท้จริงแล้ว คนที่มีผมสีบลอนด์โดยธรรมชาตินั้นมีเพียง 2% ในโลกเท่านั้น และผมสีอ่อนนั้นเป็นตัวช่วยได้ดีในด้านความโดดเด่นและการเป็นที่จดจำ วันนี้ Birls จะมาพูดถึงเรื่องของผมสีอ่อนหรือ Birght Hair Color นั้นว่ามันมีดีอย่างไร

เหล่าไอค่อนทั้งหลายตั้งแต่ขุ่นแม่ Madonna หรือ Britney Spears เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้สาวๆ ทั้งหลายอยากเป็นแบบนั้น และเมื่อพูดถึงนักร้องที่มีผมสีอ่อน ไล่มาตั้งแต่ยุค 90’s ถึงปัจจุบัน ก็มีตั้งแต่ Courtney Love, Lady Gaga ,Christina Aguilera, Gwen Stefani ด้วยความที่เธอมีผมสีแพลตตินั่มบลอนด์ตั้งแต่เกิดทำให้ตอนนั้นเธอย้อมผมสีชมพูและฟ้าอ่อนสุดจี๊ด ซึ่งเป็นภาพที่ติดอยู่ในความทรงจำของพวกเราเสมอมา

ถ้าเป็นยุคนี้หากพูดถึงนักร้องผมสีสว่างคงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก มาม่ามอนส์เตอร์อย่าง Lady Gaga หรือ สาวน้อยร้อย** (เติมให้แล้วกันว่า ‘รางวัล’ เพราะนักร้องสาวมากความสามารถคนนี้ ชีรางวัลเยอะจริงๆ เนอะ) อย่าง Taylor Swift ที่เพิ่งมีข่าวแซ่บไปหมาดๆ และดูเหมือนว่าสีบลอนด์จะธรรมดาเกินไป เหล่าทีนเกิร์ลยุคใหม่ต่างสนุกกับการเปลี่ยนสีผมมากขึ้น บรรดาแว๊กซ์หรือผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมมีขายให้เห็นตามท้องตลาดเต็มไปหมด เมื่อนักร้องอย่าง Nicki Minaj, Grimes หรือ Sky Ferreira ก็ต่างย้อมสีผมหลากสี พวกเธอต้องการสร้างเอกลักษณ์หรือแสดงออกถึงความชื่นชอบ ไม่เพียงแต่วงการเพลงเท่านั้น เทรนด์นี้ยังลามไปถึงรันเวย์ด้วยเช่นกัน

 

เหล่าโมเดลหุ่นดีทั้งหลายจึงดูธรรมดาไปเลย เมื่อเจอกับโมเดลในผมหลากสีสันอันแสนบันเทิง จริงอยู่ที่ Lucky Blue Smith คือหนุ่มในฝันของเราทุกคน หรือ Gigi Hadid กับผมสีบลอนด์และดวงตาสีฟ้าสดใสของเธอก็เช่นกัน และเราคงจำโมเดลผู้มีผมสีชมพูเมื่อห้าปีก่อนได้เป็นอย่างดี สาวน้อยที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการโมเดล Charlotte Free ผู้แจ้งเกิดบนรันเวย์ Jeremy Scott และ Topshop Unique ในปี 2011 แม้ว่าเธอจะมีความสูงเพียง 170 เซนติเมตร ซึ่งจัดว่าเตี้ยเกินไปเมื่อพูดถึงมาตรฐานความสูงสำหรับการเป็นนางแบบในรันเวย์ไฮแฟชั่น แต่ด้วยเสน่ห์และสไตล์ที่ดูมีความขบถนิดๆ อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เธอถูกจัดให้เป็น The money girls ในเว็บ models.com ได้อย่างสวยๆ และแน่นอนว่าผมสีชมพูของเธอนั้นเป็นที่รักของทุกคนตั้งแต่แบรนด์ Maybelline ยัน Chanel เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมี Chloe Nørgaard นางแบบสาวผมสีรุ้งที่เดินให้กับ Ashish, Moschino และ Rodarte ทุกซีซั่น และ Irene Kim นางแบบและบล็อกเกอร์ชาวเกาหลีที่ขยันเปลี่ยนสีดิปดายที่ปลายผมบ๊อบของเธออย่างไม่กลัวเสีย จนไปเตะตา Stella McCartney เข้าและได้ถ่ายแคมเปญของแบรนด์ในปี 2015 และในปีนี้ เมื่อนางแบบสาวผมชมพูที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากอนิเมชั่นได้เดินเปิดโชว์ของ Louis Vuitton คอลเลคชั่น Fall/Winter 2016 ทำให้เราต่างถามกันให้แซ่ดว่า Nicolas Ghesquiere ไปหาสาวเอเชี่ยนคนนี้มาจากไหนกัน คำตอบที่ได้คือ เธอคือ Fernanda Hin Lin Ly สาวน้อยจากซิดนี่ย์วัย 18 ปีที่หลงใหลใสความคาวาอิที่เป็นอีกคนที่ได้แจ้งเกิดในวงการรันเวย์ ใครจะไปคิดกันล่ะว่า ผมสีชมพูพาสเทลจะทำให้เราได้มีโอกาสไปถ่ายโฆษณาให้ Louis Vuitton

 

เห็นความเริ่ดของผมสีจี๊ดกันรึยังคะคุณ บอกเลยว่า ผมสีอ่อนนั้นจะช่วยให้คุณโดดเด่นยิ่งกว่าใครอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะทำสีเดียวหรือไฮไลต์แบบ Ombre ก็สดใสและสนุกสุดทาง หรือถ้าหากกลัวผมเสียอาจจะลองหาวิกมาใส่แบบสาว Kylie Jenner ก่อนก็ได้ แต่ก่อนทำอย่าลืมทำให้แน่ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั้นคุณภาพดีพอ เพราะผมสีเข้มของสาวไทยอย่างเรานั้นคงต้องกัดกันหลายรอบหน่อย และน้องผมของเราคงจะพังน่าดู ดังนั้นก่อนลงสีอย่าลืมเว้นระยะสักพัก และเราคงไม่อยากให้ผมแสนรักของเรานั้นขาดเป็นเสี่ยงๆ ยามหวี ดังนั้นเมื่อทำแล้วก็อย่าลืมดูแลผมดีๆ จัดทรีตเม้นท์หนักๆ ล่ะสาวๆ xoxo

Lady Gaga performing Marry The Night from A Very Gaga Thanksgiving, tonight at 9:30pm on ABC. © 2011 Interscope

Written by Eye(Cosmic)Pornchanok

Edited by Krist Krittawat , Editor In Chief

Share Post